หากคุณได้เดินเที่ยวในย่านตลาดน้อย อีกหนึ่งสถานที่ที่เป็นอัญมณีทางสถาปัตยกรรมคือ "โบสถ์กาลหว่าร์" หรือวัดแม่พระลูกประคำ โบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกที่ตั้งตระหง่านริมแม่น้ำเจ้าพระยามานานนับร้อยปี ความโดดเด่นของที่นี่คือตัวอาคารสถาปัตยกรรมแบบนีโอกอทิก (Neo-Gothic) ที่มียอดแหลมสูงเสียดฟ้า และหน้าต่างกระจกสีสลับลายที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวและสายถ่ายรูปให้มาเยือนในทุกวันหยุด
ประวัติความเป็นมาของโบสถ์กาลหว่าร์นั้นมีความน่าสนใจอย่างยิ่ง โดยย้อนไปได้ถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น เมื่อชาวโปรตุเกสกลุ่มหนึ่งที่เคยอาศัยอยู่ในย่าน "ซางตาครูซ" ฝั่งธนบุรี เกิดความขัดแย้งและมีความเห็นต่างภายในกลุ่ม จึงได้ตัดสินใจแยกตัวออกมาและข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามาตั้งถิ่นฐานใหม่ในย่านตลาดน้อย พร้อมกับอัญเชิญรูปพระศพของพระคริสต์และรูปแม่พระลูกประคำติดตัวมาด้วย เพื่อสร้างโบสถ์แห่งใหม่เป็นศูนย์รวมจิตใจ จนกลายเป็นโบสถ์กาลหว่าร์ที่สง่างามอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
บรรยากาศภายในโบสถ์เต็มไปด้วยความเงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเดินเข้าไปจะพบกับโถงสูงที่ประดับด้วยงานไม้แกะสลักและการตกแต่งที่ประณีต ในวันหยุดสัปดาห์มักจะมีผู้ศรัทธาและนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาสัมผัสความงามของแสงแดดที่ลอดผ่านกระจกสีเข้ามายังตัวโบสถ์ นอกจากนี้ บริเวณลานริมแม่น้ำด้านนอกยังเป็นจุดชมวิวพาโนรามาของโค้งน้ำเจ้าพระยาที่สวยงามมาก โดยเฉพาะในช่วงเย็นที่พระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า
สำหรับการเดินทางมายังโบสถ์กาลหว่าร์นั้นสะดวกสบายมาก คุณสามารถเดินเชื่อมต่อมาจากห้างริเวอร์ซิตี้ หรือเดินลัดเลาะมาจากตลาดน้อยเพื่อชมสตรีทอาร์ตตลอดทาง ใครที่อยากสัมผัสความสุขใจผ่านเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และงานศิลปะชั้นครู การแวะมาเช็กอินที่โบสถ์กาลหว่าร์จะทำให้ทริปวันหยุดของคุณเต็มเปี่ยมไปด้วยความประทับใจและได้สัมผัสเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ในมุมที่แตกต่างออกไปอย่างแน่นอน
