เที่ยวสุพรรณบุรีคราวนี้ sookjai วันหยุด ตั้งใจมากราบหลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์ พระศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองจังหวัดสุพรรณให้ได้ เพราะหลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่สมัยทวารวดี (ยุควัฒนธรรมเดียวกับเมืองศรีเทพ มรดกโลกแหละ) เป็นพระพุทธรูปปางประทานปฐมเทศนา (แบบทวารวดี) เหมือนที่พระปฐมเจดีย์ ก่อนจะถูกบูรณะใหม่เป็นปางปาลิไลยก์ (ป่าเลไลย์) คนสุพรรรณเรียกกันว่า หลวงพ่อโต หรือ หลวงพ่อวัดป่า ถือเป็นพระพุทธรูปใหญ่องค์หนึ่ง ที่มีมาแต่เดิมของประเทศไทย อาจจะมีอายุถึง พ.ศ. 500 เลยทีเดียว (เขาว่ากัน)
อะไรจะเก่าแก่ขนาดนั้น ก็เพราะเมืองสุพรรณนี้เก่าจริง เริ่มต้นจากคำว่า สุพรรณบุรี ในปัจจุบันก่อน คำว่าสุพรรณบุรีที่เราคุ้นเคย ปรากฎขึ้นครั้งแรกในจดหมายเหตุสมัยพระนารายณ์ อ้าว แล้วก่อนหน้านั้นเขาเรียกกันยังไง ก็เรียก พันธุมบุรีบ้าง สองพันบุรีบ้าง แต่ชื่อพวกนี้ เป็นชื่อในตำนานเสียมากกว่า
ก่อนหน้านั้น มีคำคล้ายๆ กันว่า สุพรรณภูมิ ที่หมายถึงราชวงศ์สุพรรณภูมิ จากแว่นแคว้นสุพรรณภูมิ เป็นชนชั้นนำที่มีบทบาทอย่างมาก ในการก่อตั้งกรุงศรีอยุธยา เข้าสำเร็จราชการในยุคต้นกรุงฯ มีกษัตริย์ในกรุงศรีอยุธยาทั้งสิ้น 13 พระองค์ด้วยกัน
ภาพถ่ายจาก พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี
มีอีกคำที่คล้ายกันอีก คือคำว่า สุวรรณภูมิ (ชื่อเดียวกับสนามบินบ้านเรา ที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานชื่อให้) คำนี้ยิ่งเก่าเก๋ากึ๋กส์ เพราะย้อนเวลาได้ถึง พ.ศ. 500 หรือประมาณ 2,000 ปีมาแล้ว (ก่อนยุคทวารวดีอีกด้วย) ในยุคนี้มีเมืองโบราณที่สำคัญ เช่น เมืองอู่ทอง เป็นเมืองท่าทางทะเลในวัฒนธรรมทวารวดี ขุดพบลูกปัดจำนวนมาก พบตะเกียงโรมัน เหรียญเงินโรมัน แสดงถึงการติดต่อค้าขายระหว่างโรมัน เปอร์เซีย อาหรับ อินเดีย มาถึงอาณาจักรจีน ผ่านเส้นทางการค้าสุวรรณภูมิ จึงมีโบราณสถานกระจัดกระจายทั่วไป เช่นเดียวกับพระพุทธรูปโบราณขนาดใหญ่ที่วัดป่าเลไลย์ ที่เขาว่าร่วมสมัยเดียวกับเมืองอู่ทอง จังหวัดสุพรรณ
อเมซิ่ง ! หลวงพ่อโต เมืองสุพรรณของเรา ความเป็นมาไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
กล่าวต่อกันมาว่า ในองค์หลวงพ่อโต มีพระบรมธาตุของพระพุทธเจ้า 36 พระองค์ เช่นเดียวกับพระพุทธไสยาสน์ วัดป่าโมกข์ อ่างทอง (กรุโดยพระมหาเถรไลยลาย เชื้อสายทางรามเทพ บุคคลในตำนานที่ได้รับพระบรมธาตุเป็นจำนวนมาก รวมถึงได้พระศรีมหาโพธิ์สองต้นจากเมืองลังกาสีหล)
📸 หลวงพ่อโต วัดป่าเลไลย์ ในปัจจุบัน เป็นพระพุทธรูปในแบบ อู่ทอง ยุค 2 ถ้านึกไม่ออกว่ายุคไหน นึกถึงเศียรพระธรรมิกราช กับ หลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง จังหวัดอยุธยาไว้ก่อน เขาว่าร่วมสมัยเดียวกันครับ
ในสมัยโบราณ เมื่อพระพุทธเจ้ายังมีพระชนมพรรษา พระสงฆ์ที่ติดตามพระพุทธเจ้าเกิดทะเลาะเบาะแว้ง ไม่ลงรอยกัน พระพุทธองค์เสด็จยังป่าปาลิไลยกะเพียงลำพัง ช้างปาลิไลยก์ กับ พระยาวานร เกิดความเลื่อมใส ต่างหาสิ่งของมาปรนนิบัติ ดังที่เห็นภาพปูนปั้นนูนต่ำรูปลิงกับช้าง บนต้นเสาสองข้างองค์หลวงพ่อโตครับ
มีหลักฐานว่ามีการบูรณะปฏิสังขรณ์พระวิหารในสมัยอยุธยา (สมเด็จฯ สุริยาสน์อมรินทร์ หรือ พระเจ้าเอกทัศน์) และรัตนโกสินทร์ ตามลำดับ โดยเฉพาะในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 หลังการบูรณะให้ประทับตราพระราชลัญจกรประจำพระองค์ไว้ที่หน้าบันพระวิหาร
📸 โดยเฉพาะภาพจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องขุนช้างขุนแผน ที่วัดป่าเลไลยก์ พระอารามหลวงแห่งแรกของเมืองสุพรรณ เป็นอะไรที่พลาดไม่ได้ เพราะเขียนเป็นภาพประกอบบทกลอนจากวรรณคดีขุนช้างขุนแผนด้วย โดยช่างเขียนได้สอดแทรกวิถีวัฒนธรรมความเป็นไทย
📸 เดินรอบระเบียงคดพระวิหารวัดป่าเลไลย์ ก็อ่านขุนช้างขุนแผนแบบมีภาพประกอบสีสันสดใส จบได้หนึ่งเรื่องเห็นๆ ขุนช้างขุนแผนเป็นวรรณคดีที่เล่าเรื่องราวในแถบเมืองกาญจน์-สุพรรณบุรี เรื่องที่เล่าอาจมีความเกี่ยวข้องกับราชวงศ์สุพรรณภูมิก็ได้
sookjai วันหยุด พาเที่ยวกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดสุพรรณบุรี อย่าลืมใช้ข้อมูลของเราค้นหาร้านอร่อยและที่พักราคาไม่แพง แบบเที่ยวสุพรรณได้ทุกสัปดาห์ ลองแล้วจะติดใจ
