หากคุณได้มีโอกาสเข้าไปสักการะพระประธานในพระอุโบสถวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร อย่าลืมสังเกตบริเวณหน้าชุกชีพระประธานครับ คุณจะได้พบกับ "พระแสงดาบราวเทียน" ซึ่งมีประวัติอันน่าทึ่งและเปี่ยมไปด้วยความศรัทธา ดาบเล่มนี้ไม่ใช่ดาบที่จำลองขึ้นเพื่อใช้เป็นราวเทียนมาตั้งแต่ต้น แต่คือดาบคาตานะของสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท (บุญมา) พระอนุชาธิราชในรัชกาลที่ 1 ทรงใช้เป็นของประจำพระองค์
ความสำคัญของพระแสงดาบเล่มนี้อยู่ที่ช่วงบั้นปลายพระชนมชีพของพระองค์ เมื่อทรงพระประชวรหนัก สมเด็จพระบวรราชเจ้าฯ ได้เสด็จเข้าไปในพระอุโบสถวัดมหาธาตุ และทรงตั้งจิตอธิษฐานถวายพระแสงดาบที่คู่พระทัยเล่มนี้ให้กลายเป็นราวเทียนเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา โดยมีการเชื่อมเชิงเทียนเข้ากับตัวดาบอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน นับเป็นการสละอาวุธที่ใช้ฆ่าฟันในศึกสงครามสู่การเป็นเครื่องสักการะในทางธรรม ซึ่งสะท้อนถึงพระราชศรัทธาอันแรงกล้าในบวรพุทธศาสนาอย่างที่สุด
การมาเยือนวัดมหาธาตุในวันหยุดจึงไม่ได้เป็นเพียงการมาไหว้พระขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลเท่านั้น บรรยากาศภายในวัดที่เงียบสงบและตั้งอยู่ใจกลางเกาะรัตนโกสินทร์ ทำให้คุณสามารถเดินชมสถาปัตยกรรมและซึมซับเรื่องราวในอดีตได้อย่างเต็มอิ่ม สร้างความ "สุขใจ" และความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ชาติไทยไปพร้อมๆ กัน
วัดมหาธาตุเดินทางมาง่ายมากครับ อยู่ติดกับสนามหลวงและท่าพระจันทร์ หลังจากชมพระแสงดาบราวเทียนแล้ว คุณยังสามารถเดินเล่นต่อที่ตลาดเช่าพระริมน้ำ หรือแวะไปหาของอร่อยทานแถวท่าพระจันทร์และถนนพระจันทร์ได้อีกด้วย วันหยุดนี้ลองหาเวลามาสัมผัสบารมีแห่งพระแสงดาบราวเทียนกันดูนะครับ รับรองว่าเป็นทริปที่ทรงคุณค่าและน่าประทับใจแน่นอน
