หากเอ่ยถึงสัญลักษณ์ที่โดดเด่นคู่ฟ้าเมืองไทยมาอย่างยาวนาน "พระบรมบรรพต" หรือที่เรียกกันติดปากว่า "ภูเขาทอง" แห่งวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร คือสถานที่ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติหลงรัก ประวัติของที่นี่เริ่มต้นขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยทรงมีพระราชดำริให้สร้างพระเจดีย์ขนาดใหญ่บนภูเขาจำลองเพื่อให้เป็นสง่าราศีแก่พระนคร แต่การก่อสร้างมาสำเร็จลงในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยมีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศอินเดียมาประดิษฐานไว้ที่ยอดเจดีย์สีทองอร่ามแห่งนี้
บรรยากาศปัจจุบันของภูเขาทองยังคงเปี่ยมไปด้วยความศรัทธาและความร่มรื่น การเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาจะต้องผ่านบันไดวนกว่า 344 ขั้น ซึ่งระหว่างทางถูกประดับตกแต่งด้วยต้นไม้ใหญ่ ม่านน้ำตก และเสียงระฆังที่ดังกังวานเป็นระยะ ช่วยให้ผู้ที่เดินขึ้นไปรู้สึกสงบและผ่อนคลาย แม้จะเป็นพื้นที่ใจกลางย่านเมืองเก่า แต่ด้านบนกลับมีสายลมพัดเย็นสบายตลอดเวลา เหมาะแก่การมานั่งพักใจและทำสมาธิอย่างยิ่ง
เมื่อถึงยอดพระบรมบรรพต สิ่งแรกที่จะได้สัมผัสคือความตระการตาขององค์เจดีย์สีทองขนาดใหญ่ และไฮไลท์สำคัญคือจุดชมวิวแบบ 360 องศา ที่คุณสามารถมองเห็นความแตกต่างที่ลงตัวระหว่างตึกสูงสมัยใหม่กับวัดวาอารามเก่าแก่ในเกาะรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน แสงสีส้มจะอาบไปทั่วพระนคร สร้างภาพจำที่สวยงามจนต้องหยิบกล้องขึ้นมาบันทึกไว้
สำหรับใครที่ต้องการสัมผัสความสุขใจในวันหยุด การแวะมาไหว้พระขอพรที่ภูเขาทองถือเป็นไอเดียที่ดีมาก นอกจากจะได้เสริมสิริมงคลแล้ว ยังได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ของกรุงเทพฯ ในแบบที่หาจากที่ไหนไม่ได้อีกด้วย อย่าลืมเตรียมรองเท้าที่เดินสบายและพกน้ำดื่มติดตัวไปด้วย เพื่อให้การพิชิตยอดภูเขาทองของคุณราบรื่นและน่าประทับใจที่สุด
