หอภาพยนตร์ ศาลายา นานๆ มาเที่ยวทีนึงก็ชื่นใจครับ ตามประสาคนรักภาพยนตร์ มาทีไรก็อยากจะร้องว่า "แอคชั่น !" ดังๆ แหม่ ก็มาเที่ยว หอภาพยนตร์แห่งชาติ มาถึงเมืองมายาทั้งที จะไม่โพสต์ท่าถ่ายภาพถ่ายวิดีโอเป็นนักทำหนังซะหน่อย ก็ไม่รู้จะมาทำไมแล้วครับ
ยุคนี้หอภาพยนตร์แห่งชาติ เขามีงบประมาณสร้างอาคารหลังใหญ่ สูงหลายชั้น อาคารใหม่นี้มีห้องฉายหนังถึง 2 ห้อง (รวมโรงหนังเดิมด้วยเป็น 3 ห้องฉาย) มีทีมงานระดับคุณภาพทำหน้าที่อนุรักษ์ฟิล์มภาพยนตร์ อีกทั้งต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์อย่างสนุกสนาน
และยังมีพิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทยที่เดินเข้าไปชมแล้ว อาจจะรู้สึกว่าคับแคบนิดๆ แถมเข้าชมได้เพียงรอบละ 12 คน
ถ้าดูโดยรวมๆ หอภาพยนตร์ยุคนี้ดูเหมือนสวนสนุก เหมือนโรงถ่ายภาพยนตร์ เหมือนสถานที่ถ่ายแบบมากกว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์เสียอีก เรียกว่ามาแล้วไม่ต้องซีเครียด สามารถเที่ยวเอาสนุกได้
มาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ผ่านเมืองมายา
มาถึงแล้วตรงเข้าไปเลย ที่ร้านค้าเล็กๆ มีชื่อว่า “มายาพานิชย์” อาคารจำลองรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นร้านค้าขายของที่ระลึก เช่น โปสการ์ดหนังไทย หนังสือเกี่ยวกับภาพยนตร์ แผ่นดีวีดี (เฉพาะภาพยนตร์ไทยเท่านั้น) เสื้อที่ระลึกหอภาพยนตร์ และเป็นสถานที่รับบัตรเข้าชมและจองรอบการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทยด้วย
ไม่ได้เข้ามา ไม่ได้เข้าพิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทยนะครับ
ได้บัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์แล้ว ออกมาเดินเล่นรอรอบเข้าชมที่เมืองมายาเสียก่อน เมืองมายาเป็นการจำลองอาคารหลายรูปแบบจากหลายประเทศ หลายยุคหลายสมัย เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ ภาพยนตร์ทั้งไทยและเทศ ไม่ว่าจะเป็น กร็องด์ คาเฟ่ สถานที่ฉายภาพยนตร์ครั้งแรกที่ฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นจุดกำเนิดภาพยนตร์โลก, ร้านถ้ำมองของเอดิสัน, โรงหนังนิคเคิลโลเดียน และมงคลบริษัท สถานที่จัดฉายหนังครั้งแรกในสยาม
เดินเล่นหามุมสวยๆ ถ่ายภาพกันได้สนุกๆ นะครับ
คาเฟ่เย็นฉ่ำกับกาแฟรสชาติเอาเรื่อง
ถ้าเดินตากแดดนานไปไข้จะขึ้น ขออนุญาตหลบเข้าไปในคาเฟ่สองชั้นขนาดเล็กๆ ที่เปรียบเสมือนใต้ถุนอาคาร กร็องด์ คาเฟ่ ซึ่งติดแอร์เย็นฉ่ำ แต่ถ้าวันไหนเดินเข้าไป แอร์ไม่เย็นก็แสดงว่าแอร์เสียนะครับ และมีอาหารรองท้องและเครื่องดื่มจำหน่ายในราคาไม่แพง ใกล้ๆ กับเมืองมายาเป็น โรงถ่ายแบล็ค มารีอา ของ โทมัส อัลวา เอดิสัน ที่สามารถเปิดหลังคาและหมุนโรงถ่ายทั้งโรงถ่ายเพื่อหามุมรับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ ด้วยการถ่ายภาพยนตร์นั้น เรื่องของแสงสว่างจำเป็นอย่างมาก
เพราะมาเที่ยวหอภาพยนตร์ฯ เราจึงมีโอกาสได้เดินเที่ยวไปในประวัติศาสตร์ผ่านหมู่อาคารจำลอง และการจำลองเครื่องฉายถ้ำมอง รวมถึงโรงภาพยนตร์จำลองในสมัยที่การฉายหนังเป็นความบันเทิงราคาถูก สามารถเช้าชมได้ด้วยเหรียญทองแดงเพียงเหรียญเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่แตกต่างจากสมัยนี้ ที่ภาพยนตร์กลายเป็นความบันเทิงราคาแพงไป
พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย
มองนาฬิกาบนหน้าจอมือถือ ตัวเลขบ่งบอกได้เวลาบ่ายสองพอดิบพอดี ถึงรอบเข้าชมพิพิธภัณฑ์หนังไทยที่จองไว้ แหม่ รอบนี้บรรยายโดยน้องแจม สาวสวยประจำพิพิธภัณฑ์หนังไทย สำหรับตั๋วเข้าชมนั้นจองได้ แต่น้องแจมนั้น ไม่รู้ว่าจะจองไว้ในหัวใจพี่ยุ่งได้รึเปล่า - ฮา
ขนาดของพิพิธภัณฑ์จัดว่าเล็ก แต่ข้าวของในพิพิธภัณฑ์จัดว่าแจ่ม ส่วนมากเป็นสิ่งของมีคุณค่าในวงการภาพยนตร์ไทย ไม่ว่าจะเป็นตัวรางวัลสุพรรณหงส์ รางวัลพระสุรัสวดี ที่เจ้าของผู้ได้รับรางวัลบริจาคให้
นอกจากนั้นส่วนหนึ่งเป็นพร็อพจากภาพยนตร์หลากหลายเรื่อง เช่น นางนาค องคุลีมาล เพื่อนสนิท และภาพยนตร์ไทยเรื่องอื่นๆ รวมไปถึงการจำลองฉากในภาพยนตร์เรื่อง โรงแรมนรก ของผู้กำกับระดับพระกาฬ คุณ รัตน์ เปสตันยี ที่ถือเป็นไฮไลต์ของพิพิธภัณฑ์หนังไทย เดินไปมาในพิพิธภัณฑ์ ฟังเสียงบรรยายหวานๆ ของน้องแจม
ฟังแล้วชักเคลิ้มๆ - ฮา
พิพิธภัณฑ์บอกเล่าเรื่องราวของภาพยนตร์ไทยตั้งแต่ยุคต่างๆ ของการสร้างภาพยนตร์ ตลอดจนถึงการถ่ายทำ การล้างฟิล์ม การใส่บทบรรยาย และพาผู้เข้าชมเข้าสู่โรงภาพยนตร์ขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยความฝัน ตลอดจนถึงห้องฉายและการพากย์เสียงภาพยนตร์
และด้วยเนื้อหาที่บรรยายโดยน้องแจมคนสวยแห่งหอภาพยนตร์ ทำให้ผู้สนใจในประวัติศาสตร์รัชกาลที่ 5 เช่นผมได้ความรู้เพิ่มเติม ที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่า พระองค์ท่านทรงเป็นคนไทยคนแรกที่ได้ทอดพระเนตรภาพยนตร์เมื่อครั้งเสด็จต่างประเทศ และยังเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับ การบันทึกภาพเคลื่อนไหวแบบภาพยนตร์อีกด้วย แหม่ นี่ถ้าไม่ได้มาฟังน้องแจมบรรยายในพิพิธภัณฑ์หนังไทย ก็คงจะไม่ได้รู้เรื่องนี้กับเขาเลย
นอกจากนี้หอภาพยนตร์แห่งชาติ ศาลายา ยังมีการจัดแสดงอื่นๆ เช่น รถหนังขายยา รถแห่หนัง หนังกระโปรง และรถไฟภาพยนตร์ของ
กรมรถไฟหลวง ที่หากอ่านชื่อแล้วนึกสงสัย ก็คงไม่เฉลยในที่นี้
ขอให้เดินทางมาเที่ยว มาสัมผัสด้วยตัวเองนะคร้าบ
