หากใครมีโอกาสเดินทางข้ามผ่านดอยอินทนนท์เข้าสู่ความเงียบสงบของอำเภอแม่แจ่ม สถานที่หนึ่งที่เปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิตคือ "วัดป่าแดด" วัดเก่าแก่ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวแม่แจ่มมาอย่างยาวนาน ความโดดเด่นของวัดแห่งนี้ไม่ใช่ความยิ่งใหญ่อลังการ แต่คือความเรียบง่ายและงานศิลปะระดับครูที่ซ่อนตัวอยู่ในวิหารไม้ทรงพื้นเมือง
ไฮไลท์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักวิชาการจากทั่วประเทศคือ "ภาพจิตรกรรมฝาผนัง" หรือที่ชาวล้านนาเรียกว่า "ฮูปแต้ม" ภายในวิหารหลวง ภาพเหล่านี้ถูกเขียนขึ้นในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 โดยช่างฝีมือพื้นบ้าน สิ่งที่ทำให้ภาพจิตรกรรมที่วัดป่าแดดพิเศษกว่าที่อื่นคือการสอดแทรก "วิถีชีวิตจริง" ของชาวแม่แจ่มในอดีตลงไปในเรื่องราวพุทธประวัติและนิทานพื้นบ้านชาดก คุณจะได้เห็นภาพการแต่งกายด้วยผ้าซิ่นตีนจกที่เป็นเอกลักษณ์ การทำนา การเกี้ยวพาราสีของหนุ่มสาว และบรรยากาศการใช้ชีวิตประจำวันที่ดูมีชีวิตชีวาและเปี่ยมด้วยอารมณ์ขัน
ตัววิหารเองก็มีความงามในแบบล้านนาแท้ๆ ด้วยหลังคาเตี้ยแบบมุงกระเบื้องดินขอและโครงสร้างไม้ที่ดูขลัง ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นที่ส่งยิ้มอย่างเมตตา บรรยากาศรอบวัดร่มรื่นและเงียบสงบ มองออกไปเห็นวิวทุ่งนาและภูเขาที่โอบล้อมเมืองแม่แจ่มไว้ ทำให้ความรู้สึกของผู้ที่มาเยือนเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสู่อดีตที่แสนอ่อนโยน
การมาเที่ยววัดป่าแดดในวันหยุด จึงไม่ใช่แค่การมาไหว้พระ แต่คือการมาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านสีสันบนฝาผนัง เป็นความสุขใจที่ได้สัมผัสถึงรากเหง้าอันทรงคุณค่าของชาวแม่แจ่มอย่างแท้จริง เหมาะสำหรับนักเดินทางสาย Slow Life ที่อยากซึมซับความงามของภาคเหนือในมุมที่ลึกซึ้งจ้ะ
