ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์ ศาลเจ้าแม่ทับทิม ชื่อนี้หลายท่านคงทราบ ว่าเป็นต้นกำเนิดงานแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพที่ยิ่งใหญ่ตระการตา แต่เรื่องราวของตัวศาลเจ้านั้นเป็นอย่างไร ยังคงหาที่มาที่ไปได้ยาก
จากระฆังโบราณใบหนึ่งที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลจากมณฑลไหหลำ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน พร้อมกับนายหงเปียว แซ่พู่ ตั้งแต่ราวสมัยต้นรัชกาลที่ 5 ทำให้มีผู้สันนิษฐานว่า ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์ ศาลเจ้าแม่ทับทิมแห่งนี้ น่าจะมีความเป็นมาไม่ต่ำกว่า 130 ปีเป็นอย่างน้อย
แต่เดิมกล่าวกันว่า บริเวณตลาดปากน้ำโพเคยมีโรคห่าและโรคฝีดาษระบาดในราวสมัยรัชกาลที่ 6 ด้วยสมัยนั้นยังไม่มีบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรค (พอถึงสมัยนี้เลยป่วยกันหมดทุกโรค) ชาวบ้านเจ็บป่วยล้มตายเป็นจำนวนมาก จึงหันไปพึ่งพาซินแสจีน แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งโรคระบาดได้ (สงสัยจะหนักยิ่งกว่าโควิด 19 ซะอีก) ชาวตลาดปากน้ำโพจึงเหลือที่พึ่งสุดท้าย นั่นคือการพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นไปตามวิถีชาวบ้าน
ชาวตลาดปากน้ำโพเริ่มบนบานศาลกล่าว ขอให้เจ้าพ่อเทพารักษ์ (ปุนเถ้ากง) ช่วยปกปักรักษาและขจัดโรคร้ายจากชุมชน ในเวลานั้นมีการเขียนฮู้ (คือกระดาษยันต์สีเหลือง เขียนด้วยพู่กันจุ่มสีแดง) แจกจ่ายกันในหมู่ชาวปากน้ำโพ โดยให้นำไปเผาผสมน้ำดื่ม ปรากฏว่าร้อยคนก็หายจากโรคทั้งร้อยคน จนเป็นที่เหลือเชื่อ
ในเวลาต่อมาจึงพัฒนาเป็น “งานประเพณีแห่ เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ ปากน้ำโพ” โดยอัญเชิญองค์เจ้าพ่อเจ้าแม่หน้าผา (ปุนเก้ากง, ปุนเถ้าม่า ศาลเจ้าอยู่บนถนนโกสีย์ ริมแม่น้ำปิง) พร้อมกับ เจ้าแม่ทับทิม (หม่าโจ้ว หรือ เทียนโหวเซี้ยบ้อ) องค์เทพที่ได้รับความนับถือกันมากในหมู่นักเดินเรือและผู้ทำการค้าทางทะเล ในภายหลังกลายเป็นงานเทศกาลรื่นเริงในช่วงตรุษจีน มีอาหารการกินและการแสดงมากมาย กลายเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของตลาดปากน้ำโพครับ
