พิพิธภัณฑ์ปากน้ำโพ เป็นตัวแทนของชาวเมือง ที่ร่วมกันบริจาคสิ่งของเพื่อจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น บนชั้น 5 ของห้างแฟรี่แลนด์ ใช่ครับ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่บนห้างสรรพสินค้า ทั้งที่ไม่มีเซ็นทรัลหรือโรบินสันไปตั้งซะหน่อย มีแต่ห้างบิิ๊กซี ห้างโลตัส แถมเข้าชมได้ฟรี ไม่ต้องไม่เสียสตางค์
ก็ดูคล้ายๆ บ้านพิพิธภัณฑ์ของ คุณเอนก นาวิกมูล จัดแสดงเป็นร้านรวงต่างๆ แต่ข้าวของทุกชิ้นในพิพิธภัณฑ์ปากน้ำโพ ไม่ได้มาจากที่อื่น แต่เป็นข้าวของที่ชาวปากน้ำโพ เต็มใจบริจาคสำหรับจัดแสดงให้ลูกหลานเข้าใจอดีตของชุมชน
เนื้อหาเด่นๆ คือเรื่องราวของกลุ่มธุรกิจปากน้ำโพในอดีต ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาเมือง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขัดรองเท้าเจ้าแรกในปากน้ำโพ กลุ่มธุรกิจโรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร ตลอดจนธุรกิจโรงหนัง ซึ่งในปัจจุบันก็เหลือแต่ เมเจอร์ ซีเนเพล็กซ์
ยกตัวอย่างสักหน่อย ปากน้ำโพมีชุมชนชื่อว่า “ตลาดลาว” มีบ้านตึกหลังหนึ่งที่มีโครงสร้างแบบตะวันตก ชื่อว่า “บ้านมะระยงค์” หรือ “ร้านโค้วเป็งหลี” เป็นบ้านของคหบดีเก่าแก่ ในยุค พ.ศ. 2492 เป็นตัวแทนจำหน่าย “เป็ปซี่” เป็นเจ้าแรกในจังหวัดนครสวรรค์ รวมไปถึงสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย
"บ้านเลี่ยงเอี๊ยะ" หรือบ้านตระกูล "สืบวงศ์ลี" บิดาของ นพ. สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิน ชินวัตร เจ้าของคติการใช้ชีวิต “ขยันทำ ขี้เกียจใช้” ต่อสู้จากชีวิตที่เป็นศูนย์ ด้วยความเป็นคนไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เล่นการพนัน ไม่เที่ยวเตร่กลางคืน ขยันขันแข็ง มีมุมมองด้านการค้าขาย จึงกลายมาเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์เครื่องกระป๋องตราลูกไก่ สามารถรวบรวมเงินซื้อตึกในปากน้ำโพที่มีราคาถึง 85 หมื่น เป็นอาคารพาณิชย์ราคาแพงที่สุดของปากน้ำโพในเวลานั้น
และยังค้าขายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจนกระทั่งปัจจุบันนี้
แถมในอดีต ปากน้ำโพมีโรงหนังมากถึง 3 โรงด้วยกัน โดยโรงหนังที่ทางพิพิธภัณฑ์ปากน้ำโพจำลองไว้มีชื่อว่า "เฉลิมชาติ"
ยกตัวอย่างธุรกิจการค้าในอดีตจากพิพิธภัณฑ์ปากน้ำโพเพียงสองร้าน แต่ที่จริงในส่วนจัดแสดงนี้ มีการจำลองร้านค้าในอดีตมากมาย ไม่ว่าจะร้านเล็กๆ อย่างร้านปลาหมึกย่าง ร้านกาแฟ ร้านตัดผม หรือร้านอาหารโกยี รวมถึงโรงแรมหมี่กังในตำนาน โรงแรมขวัญใจคนจนที่เดินทางขึ้นล่องค้าขายอย่างยากลำบาก เพื่อหวังจะมีสตุ้งค์สตางค์จากชุมชนการค้าริมแม่น้ำแห่งนี้
แต่สำหรับคนที่มีฐานะดี ต้องการโรงแรมชั้นหนึ่งมาตรฐานสูงเป็นที่พักผ่อนหลับนอน ก็เกิดมีโรงแรมที่ให้บริการคนกลุ่มนี้หลายแห่ง หนึ่งในนั้นก็คือโรงแรมตึกเหลือง ให้บริการที่พักในราคาคืนละตั้ง 10 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่ค่อนข้างสูงในเวลานั้น
แหม ถ้าตอนนี้ยังให้บริการ 10 บาทอยู่ จะนอนหลับสัก 200 คืนเลยล่ะครับ ฮา
โรงแรมตึกเหลืองยังเปิดบริการมาจนทุกวันนี้ เป็นธุรกิจของตระกูลศิริมงคล และตระกูลพงษ์ประเสิรฐ ตัวอาคารยังคงความงดงามเช่นเดียวกับในอดีต โรงแรมตึกเหลืองช่วยให้เราเข้าใจว่าในอดีต ปากน้ำโพมีความคึกคักและมีสีสันมากมายเพียงใด
จากข้อมูลทั้งหมดที่ปรากฎอยู่ในพิพิธภัณฑ์ปากน้ำโพ เข้าใจว่าร้านค้าที่เก่าแก่ที่สุด น่าจะเป็นร้าน บุ๊นกิ้มย้ง มีการคาดคะเนอายุว่าน่าจะร่วมๆ หนึ่งร้อยปี โดยนายเซี่ยงฮี้ แซ่บุ๊น เจ้าของร้าน ได้ทำการค้าขายโชห่วยในเรือ ก่อนจะย้ายมาอยู่ที่ตรอกชุณหงส์ (ซอยโกสีย์ 11) ไม่ห่างจากโรงแรมตึกเหลืองนี้
ท้ายที่สุดนี้ ขอบคุณห้างแฟรี่ นครสวรรค์ ที่เก็บรวบรวมอดีตของชุมชนปากน้ำโพไว้อย่างละเอียด ทำให้เห็นภาพในอดีตอย่างเป็นรูปเป็นร่าง หากท่านสนใจรูปแบบพิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองของเอกชน อยากศึกษาดูงาน อาศัยเป็นต้นแบบที่จะนำไปสร้างพิพิธภัณฑ์ชุมชนในจังหวัด อำเภอ หรือตำบลของท่าน สามารถเดินทางมาที่ห้างแฟรี่ นครสวรรค์ ขึ้นมาบนชั้น 5 เจ้าของสถานที่ได้อุทิศพื้นที่แทบทั้งหมดให้กับชุมชนปากน้ำโพโดยไม่คิดสตางค์เลย
