เที่ยวเชียงใหม่ ไหว้สาพระพุทธสิหิงค์ ชมวัดพระสิงห์ อัฐิพระยาคำฟูอยู่ตรงไหนกันแน่ ? ก่อนเที่ยววัดพระสิงห์ ต้องบอกก่อน พระยาคำฟูเป็นใครก่อน พระยาคำฟูที่ว่าถึง ก็คือพระบิดาของพระเจ้าผายู ผู้สร้างวัดพระสิงห์ หรือวัดลีเชียงนี่เอง ที่ยังสับสนว่าอัฐิพระยาคำฟูอยู่ตรงไหนในวัดพระสิงห์กันแน่ (บ้างว่าเจดีย์บรรจุอัฐิพระยาคำฟูถูกรื้อไปนานแล้ว) รวมถึงเรื่องโบราณวัตถุวัดพระสิงห์ในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา
เที่ยวแบบ sookjai วันหยุด ก็ต้องเที่ยวแบบมีสาระหน่อยๆ ฮา
📸 วัดพระสิงห์ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิด วรมหาวิหาร ได้รับการโปรดเกล้าฯ ในรัชสมัย พระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล (รัชกาลที่ 8) เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าผายู (ล้านนาตอนต้น) เป็นยุครุ่งเรืองของพุทธศาสนา ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุข เชียงใหม่กลับมาเป็นราชธานีของลานนาอีกครั้ง
ในคราวนั้น พระเจ้าผายูทรงอาราธนาภิกษุสงฆ์จาก วัดพระธาตุหริภุญไชย จังหวัดลำพูน มาจำพรรษาถึง 11 รูป
📸 วัดพระสิงห์ เดิมเรียกว่า วัดลีเชียง บริเวณหน้าวัดเป็นสนามกว้าง ชาวเมืองนิยมค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้า เรียกว่าตลาดลีเชียง (ลี แปลว่า ตลาด) จึงพลอยเรียกวัดในละแวกตลาดว่าวัดลีเชียงไปด้วย
สำหรับพระพุทธสิหิงค์ พระสำคัญคู่บ้านคู่เมืองล้านนา เคยประดิษฐานอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยปัจจุบันยังมีหอพระพุทธสิหิงค์ในบริเวณศูนย์ราชการ จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นพระพุทธรูปที่ชาวนครศรีธรรมราชเคารพนับถือมากองค์หนึ่ง
ที่จริงนอกจาก จังหวัดนครศรีธรรมราช กับ จังหวัดเชียงใหม่ แล้ว ยังมีพระพุทธสิหิงค์อีกองค์หนึ่ง ประดิษฐานอยู่ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร อีกด้วย แถมแต่ละองค์ ยังถูกมองเป็นงานคนละสกุลช่างโดยสิ้นเชิง
ตำนานเก่าเล่ามา กล่าวว่า พระพุทธสิหิงค์มีต้นแบบจากร่างเนรมิตตนเป็นพระพุทธเจ้าของพญานาคตนหนึ่ง จึงเป็นพระพุทธรูปที่มีความงดงามมาก ซึ่งเรื่องนี้คงเป็นเพียงนิทานเท่านั้น
บ้างว่าตกทอดมาหลายยุคสมัย เริ่มจากกษัตริย์เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับพระพุทธรูปมาจากลังกา ถวายให้แก่กษัตริย์สุโขทัย (พระร่วง) ต่อมาพระเจ้าอู่ทอง จึงอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่ กรุงศรีอยุธยา
พระยาญาณดิศ เจ้าเมืองกำแพงเพชร ได้รับพระพุทธสิหิงค์จากมารดา ซึ่งเป็นมเหสีพระองค์หนึ่งของพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพระงั่ว) กรุงศรีอยุธยา ลักษณะอันงดงามของพระสิงห์ สร้างความเลื่อมใสให้แก่ เจ้ามหาพรหม ถึงกับยกทัพไปล้อมเมืองกำแพงเพชร แต่งตั้งพระผู้ใหญ่เป็นฑูตเข้าขอพระพุทธสิหิงค์ โดยพระยาญาณดิศยอมยกให้แต่โดยดี
ก่อนพระพุทธสิหิงค์จะได้ประดิษฐานที่วัดลีเชียง (วัดพระสิงห์) เจ้ามหาพรหมได้อัญเชิญองค์พระไปซ่อมนิ้วที่หักชำรุด และได้สร้างองค์จำลองที่เชียงรายด้วย ทำพิธีพุทธาภิเษกที่เกาะดอนแท่น หรือ เกาะหลวง (เกาะที่คนลาวขุดเจอพระพุทธรูปจำนวนมากเมื่อเร็วๆ นี้ ปัจจุบันอยู่ในเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว) แล้วจึงล่องพระพุทธสิหิงค์จากเชียงรายลงมาทางแม่น้ำปิง นำมาถวายแก่เจ้าแสนเมืองมา คราวแรกเจ้าแสนเมืองมาต้ังใจจะประดิษฐานองค์พระไว้ที่วัดสวนดอก แต่อัญเชิญขึ้นราชรถบุษบกถึงวัดลีเชียง ราชรถก็หักพัง ไม่สามารถเดินทางต่อได้
เวลานั้นมีผู้กราบทูลพระเจ้าแสนเมืองมาว่า พระพุทธสิหิงค์คงต้องการประดิษฐานอยู่ ณ วัดลีเชียง พระเจ้าแสนเมืองมาทรงเข้าพระทัย โปรดฯ ให้ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ไว้ที่วัดลีเชียงสืบไป
ซุ้มโขงเหนือทางเข้าวิหารลายคำ
พระเมืองแก้วเป็นผู้ริเริ่มสร้างพระวิหารลายคำขึ้น เพื่อประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ เป็นพระวิหารแบบล้านนาไทย มีช่อฟ้า ใบระกา หลังคากระเบื้องดินเผา
ในสมัยพระนารายณ์มหาราช เชียงใหม่ตกอยู่ใตัพระราชอำนาจ จึงโปรดเกล้าฯ อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐานไว้ ณ พระวิหารหลวง วัดพระศรีสรรเพชญ์ จวบจนกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ 2 มีผู้ติดตามทัพพม่ากองหนึ่ง เป็นกลุ่มคนจากเมืองเชียงใหม่ ร่วมกันอัญเชิญองค์พระกลับสู่จังหวัดเชียงใหม่ตามเดิม
จิตรกรรมฝาผนัง วัดพระสิงห์
📸 พระเจ้าธรรมลังกา (พระเจ้าช้างเผือก) ทรงสร้างวิหารลายคำต่อจากเดิม จนสำเร็จลุล่วงในรัชสมัย โปรดให้ช่างเขียนชาวล้านนาและกรุงเทพฯ เขียนภาพจิตกรรมฝาผนัง เรื่องสังข์ทอง กับ สุวรรณหงส์ ไว้ในวิหารลายคำ เป็นภาพจิตรกรรมที่เล่าถึงวิถีชีวิต และความเป็นอยู่ของชาวเมืองเชียงใหม่
พระเจดีย์หลวง ข้างพระวิหารลายคำ
📸 สำหรับองค์พระเจดีย์หลวงที่พระเจ้าผายูสร้างขึ้น แต่เดิมน่าจะมีเจดีย์ทรงปราสาทยอดแบบล้านนา ยืนประจำทิศรอบ 4 องค์ (ปัจจุบันเหลือเพียง 3 เท่านั้น) พระเจดีย์หลวงได้รับการบูรณะในสมัยพลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ ร่วมกับ เจ้าดารารัศมี และครูบาศรีวิชัย พบโกศ 3 ชั้น ชั้นนอกทำด้วยทองเหลือง หนัก (ประมาณ) 254 บาท ชั้นกลางทำด้วยเงิน 185 บาท ชั้นในทำด้วยทองคำ 122 บาท เชื่อว่าเป็นโกศบรรจุพระอัฐิพระเจ้าคำฟู และยังพบแผ่นทองคำจารึกเรื่องราวต่างๆ หลายชิ้น
น่าเสียดาย ที่โบราณวัตถุเหล่านี้สูญหายจนหมด ในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา
หอไตร วัดพระสิงห์
📸 อย่าลืมถ่ายภาพหอไตร 2 ชั้น วัดพระสิงห์ เป็นหอไตรที่งดงามอย่างมาก ชั้นล่างก่อด้วยอิฐฉาบปูน ตกแต่งด้วยภาพปูนปั้นนูนต่ำ เป็นรูปเทวดา 16 องค์ สังเกตดีๆ บริเวณฐานโดยรอบจะมีรูปสัตว์ป่าหิมพานต์มากถึง 75 รูป มีทั้งสิงโตจีน มอม สิงห์ เงือก ช้าง กวาง กิเลน ปลา เหมราช คชสีห์ นกยูง นรสิงห์ ชั้นบนเป็นไม้ ลงรักปิดทอง เหนือประตูมีซุ้มโขงประดับ
หอไตรนี้สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ากาวิละ มีการบูรณะครั้งใหญ่เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๙ ในขณะนั้น พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๗) ทรงเสด็จพระราชดำเนินเลียบมณฑลฝ่ายเหนือ พระองค์ทรงเป็นประธานในการบูรณะร่วมกับ พลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้านครเชียงใหม่ในขณะนั้น
พระยาคำฟู พระบิดาของพระเจ้าผายู ได้สวรรคตลงที่แม่น้ำคำ อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ส่วนเรื่องที่ว่า โกศอัฐิพระยาคำฟูอยู่ตรงไหนกันแน่ แม้ว่าโกศอัฐิ (ที่เชื่อกันว่าเป็นโกศอัฐิของ) พระยาคำฟู ที่พบในสมัย พลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ จะสูญหายตั้งแต่สมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา แต่คงเชื่อกันว่า อัฐิของพระองค์ได้รับการบรรจุในเจดีย์องค์หนึ่ง ทางด้านเหนือของพระวิหารหลวง ที่เรียกขานกันจนถึงปัจจุบันว่า กู่อัฐิพระยาคำฟู นั่นเอง
