วัดแม่นางปลื้ม อยู่ไม่ไกลจากตลาดหัวรอ ข้ามคูเมืองด้านทิศเหนือเพียงไม่ไกลก็มาถึง sookjai วันหยุด เป็นปลื้มกับวัดแม่นางปลื้มสุดๆ ไปเลย เพราะวัดเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 600 ปีแห่งนี้ มีบรรยากาศแบบวัดอยุธยาอย่างแท้ทรู (แค่ก้าวเท้าเข้ามาก็รู้สึกแบบนั้นแล้ว) ไม่ว่าจะเป็นภายนอกภายในวิหาร ทั้งองค์หลวงพ่อขาว พระประธาน หรือเจดีย์สิงห์ล้อมทางด้านหลัง รู้สึกได้ถึงบรรยากาศแบบอยุธยาตอนต้นมากๆ ในขณะที่วัดอื่นๆ อาจบูรณะจนไม่หลงเหลือบรรยากาศดั้งเดิมแล้ว
โดยความเป็นมา ก็ไม่แน่ชัดว่าใครเป็นผู้สร้างวัดแม่นางปลื้มแห่งนี้ ศาสตราจารย์ ดร. ศักดิ์ชัย สายสิงห์ เขียนไว้ในหนังสือ คู่มือนำชมศิลปกรรมโบราณในอยุธยา แต่เดิมวัดแม่นางปลื้มมีชื่อว่าวัดท่าโขลง เพราะอยู่ใกล้เพนียดคล้องช้าง เป็นเส้นทางต้อนโขลงช้างป่ามาพักที่วัดก่อน บอกเล่าอีกว่า ก่อนเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 พม่าตั้งกองทัพ ณ บริเวณนี้ มีหลักฐานของพม่ากล่าวถึง วัดนางปลื้ม อยู่ด้วย
ในสมัยแม่อยู่หัว (แม่หยัว) ศรีสุดาจันทร์ ออกขุนชินราช พันบุตรศรีเทพ หรือ ขุนวรวงศาธิราช กษัตริย์อยุธยา ออกเสด็จฯ คล้องช้างป่าด้วยพระองค์เองจนต้องพบจุดจบ ก็เพราะได้ข่าวมีผู้พบช้างสำคัญที่ลพบุรี และกำลังจะต้อนมายังทางวัดแม่นางปลื้มนี้เอง
ภาพเจดีย์ประธานวัดแม่นางปลื้มจากหนังสือ นำชมอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา กรมศิลปากร เผยแพร่ พ.ศ. 2543
ภาพวิหารวัดแม่นางปลื้ม ไม่ทราบปี พ.ศ. ถ่ายจากภาพถ่ายที่จัดแสดงภายในวิหาร
เจดีย์สำคัญภายในวัดแม่นางปลื้ม เรียกกันว่า เจดีย์ทรงระฆังฐานสิงห์ หรือ สิงห์ล้อมฐาน คล้ายกับวัดธรรมิกราช, วัดสามวิหาร ใกล้เคียงศิลปะเขมร สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้น แต่ลวดลายที่ปรากฎบนตัวสิงห์ มีทั้งแบบอยุธยาตอนต้นและตอนปลาย ผู้รู้บางท่านบอกว่า อาจสร้างขึ้นก่อนหรือในระหว่างรัชสมัยพระเจ้าปราสาททอง
พระวิหารที่ประดิษฐานหลวงพ่อขาว เป็นศิลปะแบบสมัยอยุธยาตอนปลาย ได้รับการซ่อมแซมในสมัยรัตนโกสินทร์ ส่วนพระอุโบสถแปลกกว่าวัดสมัยอยุธยาทั่วไป อยู่เยื้องคู่กันกับวิหาร (วัดอยุธยาโดยทั่วไป พระอุโบสถจะอยู่ด้านหลังระเบียงคด หันหน้าไปทางทิศตะวันตกอีกด้วย) สำหรับวัดแม่นางปลื้มเคยมีระเบียงคดเช่นกัน ปัจจุบันไม่เห็น แต่ส่วนท้ายของวิหารอยู่ในแนวระเบียงคดด้วยครับ
แม้จะเป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้น แต่เรื่องเล่ามุขปาฐะบริเวณโดยรอบวัด กลับเกี่ยวข้องกับสมเด็จพระนเรศวร กล่าวถึงยายปลื้ม หญิงชราชาวกรุงศรีอยุธยาที่โชคดี จับผลัดจับผลูได้รับการอุปการะโดยพระนเรศวร เรื่องมีอยู่ว่า ยายปลื้มได้ต้อนรับพระมหากษัตริย์ที่พายเรือมาเพียงพระองค์เดียว ตอนกลางดึกที่ฝนกำลังตกพรำ ความที่คนสมัยอยุธยาไม่เคยเห็นหน้าพระมหากษัตริย์มาก่อน ยายปลื้มจึงบอกกับพระนเรศวรว่า
"อย่าทำเสียงดังไปนา เดี๋ยวพระมหากษัตริย์ท่านได้ยิน ท่านจะว่าเอานา"
พระนเรศวรได้ฟังดังนั้นคงชอบใจ จึงบอกแก่ยายปลื้มว่า
"ไหนเอาเหล้ามากินสิ ข้าตากฝนมาหนาวๆ"
ยายปลื้มพอฟังก็รีบปฏิเสธ
"ไม่ได้หรอก วันนี้วันพระ เขาห้ามกินเหล้า มันผิดศีล เดี๋ยวพระมหากษัตริย์ท่านว่าเอานา"
พระนเรศวรคะยั้นคะยอขอเหล้าจากยายปลื้ม จนยายปลื้มอ่อนใจ บอกกับพระนเรศวรว่า
"เอ้าๆ ให้กินแล้วอย่าไปบอกใครล่ะ เดี๋ยวพระมหากษัตริย์ท่านจะว่าเอานา"
พระนเรศวรโปรดฯ ให้รับยายปลื้มเลี้ยงดูไว้ในวังตลอดชีวิต แม้ในภายหลังเสียชีวิตลง ยังโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดแห่งนี้ พร้อมพระราชทานชื่อวัดแห่งนี้ว่า วัดแม่นางปลื้ม แต่เรื่องนี้เป็นนิทานที่เล่าต่อๆ กันมา ไม่มีหลักฐานมากกว่านี้นะครับ
sookjai วันหยุด พาเที่ยวไหว้พระศักดิ์สิทธิ์ในพระนครศรีอยุธยา เป็นสิริมงคลในวันเสาร์อาทิตย์นี้ ใช้ข้อมูลท่องเที่ยว เรื่องที่พัก ที่เที่ยว ที่ชิมอาหารอร่อยของเราให้เป็นประโยชน์ รับรองเที่ยวสนุกเจอของอร่อยมากกว่าเดิมแน่นอน
