หากจะกล่าวถึงวัดที่ "สมบูรณ์ที่สุด" ในพระนครศรีอยุธยา ต้องยกให้ "วัดหน้าพระเมรุ" หรือวัดหน้าพระเมรุราชิการามครับ เพราะเป็นวัดเดียวที่ไม่ถูกเผาทำลายเมื่อครั้งเสียกรุงครั้งที่ 2 เนื่องจากพม่าใช้เป็นที่ตั้งค่ายบัญชาการ ทำให้สถาปัตยกรรมและพุทธศิลป์ดั้งเดิมยังคงสืบทอดมาให้เราเห็นจนปัจจุบัน "Sookjai วันหยุด" อยากพาทุกคนมาสัมผัสความขรึมขลังข้ามผ่านกาลเวลานับร้อยปีที่นี่ครับ
ไฮไลท์ที่เปรียบเสมือนอัญมณีของวัดคือ "พระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ" พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่ทรงเครื่องราชาธิราชอย่างวิจิตรบรรจงที่สุด ความงดงามของเครื่องพรรณพัสตราภรณ์สีทองตัดกับความสงบของพระพักตร์ สร้างพลังศรัทธาให้แก่ผู้ที่มาสักการะอย่างยิ่ง
อีกหนึ่งเรื่องราวที่ทำให้นักเดินทางสายลี้ลับต้องหยุดฟังคือตำนาน "คำสาปวัดหน้าพระเมรุ" เป็นเรื่องในศิลาจารึกภายในวัดที่เขียนสาปแช่งโจรผู้ร้ายลักลอบขุดทรัพย์สมบัติของวัด ที่หากผู้ใดบังอาจกระทำก็สาปแช่งให้ตกนรกอเวจี โดยศิลาจารึกนี้เขียนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3
มีเรื่องเล่าขานถึงเหตุการณ์ที่พระเจ้าอลองพญาพยายามใช้ปืนใหญ่ยิงเข้าไปในเกาะเมืองอยุธยาจากบริเวณวัดนี้ แต่เกิดเหตุอัศจรรย์ปืนใหญ่ระเบิดจนทำให้พระเจ้าอลองพญาทรงบาดเจ็บสาหัสและสิ้นพระชนม์ในเวลาต่อมา หลายคนเชื่อว่านี่คืออำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องวัดและแผ่นดินไว้ กลายเป็นเรื่องเล่าขลังๆ ที่เพิ่มเสน่ห์ให้นักท่องเที่ยวอยากมาสัมผัสบรรยากาศจริงด้วยตัวเอง
อย่าลืมนมัสการ พระคันธารราฐ พระศิลาปางประทับนั่งห้อยพระบาทสมัยทวาราวดี (เชื่อว่าเคยเป็นปางปฐมเทศนามาก่อน) มีอายุมากกว่า 1,500 ปี ภายในวิหารยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังบอกเล่าเรื่องราวพุทธประวัติและวิถีชีวิต แม้จะเลือนๆ รางๆ ไปตามกาลเวลา แต่ยังคงไว้ซึ่งลายเส้นงดงามที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน
บรรยากาศรอบวัดหน้าพระเมรุมีความร่มรื่นและเงียบสงบ แสงแดดที่ส่องกระทบซุ้มประตูเรือนแก้วและงานแกะสลักไม้ที่หน้าบันช่วยสร้างมุมถ่ายภาพที่ดูทรงพลังและเปี่ยมด้วยเรื่องราว วันหยุดนี้หากคุณอยากสัมผัสความงามของอยุธยาที่สมบูรณ์แบบและได้รับความเป็นสิริมงคล ลองแวะมาที่วัดหน้าพระเมรุนะครับ รับรองว่าคุณจะได้รับความ "สุขใจ" และความประทับใจกลับไปเต็มกระเป๋าแน่นอน ติดตามพิกัดลับและบทความดีๆ ได้ที่เว็บไซต์สุขใจวันหยุดนะครับ